SHORTFIC….รักกับเวลาที่สายไป…..[TAEBIN X SE7EN]

BY…. JUNNA

"แกน่ะ เคยทำอะไรให้พ่อแม่ได้ภูมิใจบ้างมั๊ย? ดองวุค!! เรียนก็ไม่ได้เรื่องสู้น้องไม่ได้สักอย่าง ทำอะไรก็ ไม่เป็น" เสียงผู้เป็นแม่ด่าไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะทุกครั้งวันประกาศผลสอบด้วยแล้ว ดองวุคไม่อยากจะคิดเลย แม่มักจะว่าเด็กหนุ่มทุกครั้งที่เห็นผลสอบของเค้า

ดองวุคมีน้องชายอีกหนึ่งคน ชื่อว่า "ซึงรี" ซึงรีเป็นคนเรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง และที่สำคัญน้องชายของเค้าเป็นคนน่ารักใครๆก็อยากเข้าใกล้ นั่นล่ะคือข้อแตกต่างระหว่างดองวุคและน้อง ส่วนเค้าไม่มีอะไรดีสักอย่าง ร่างบางเคยคิดอยู่เสมอว่า หากวันใดที่ไม่มีตัวเองแล้ว แม่คงจะดีใจ เพราะดองวุคไม่เคยทำอะไรได้ถูกใจแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แม่ไม่เคยยิ้มกับเด็กหนุ่ม ไม่เคย...เลย...แม้สักครั้ง มีเพียงพ่อที่คอยอยู่ข้าง ดองวุคเสมอในยามที่โดนแม่ว่า....

.....แต่เดี๋ยวนี้พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน นานๆครั้งพ่อถึงจะกลับบ้าน เมื่อพ่อกลับมา เด็กหนุ่มจะดีใจมากจนวิ่งเข้าไปหาพ่อเป็นคนแรก คืนนั้นดองวุคกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องเพลินๆ ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้วเค้าได้ ยินเสียงรถเข้ามาในบ้าน ใช่แน่ๆ ต้องเป็นพ่อ ร่างบางปิดหนังสือวางไว้บนเตียงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ‘พ่อกลับมาแล้ว’ ฉับพลันเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งลงไปข้างล่าง แต่ก็ต้องชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดของพ่อ


"เก่งจัง! ลูกพ่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย อย่างนี้พ่อคงต้องให้รางวัลซะแล้ว!!!" พ่อยิ้มแย้มเมื่อได้ทราบข่าวว่าลูกชายคนเล็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลได้

"น่าจะให้รางวัลซึงรีสักหน่อยนะคะคุณ" แม่เองก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย รอยยิ้มของแม่ซึ่งดองวุคเองไม่มีทางได้

"เอาอย่างนี้เราไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวเลยดีมั๊ย? แล้วดองวุคล่ะคุณ ผมไม่เห็นเลย?" พ่อเริ่มสังเกตว่าลูกชายคนโตไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย

"โอ๊ย!!!รายนั้นอย่าไปพูดถึงเลยค่ะคุณ วันๆเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องอย่าไปสนใจเลยค่ะเรื่องไปเที่ยวก็ไม่รู้จะไปหรือเปล่า? แม่ว่าเราไปดูกันดีกว่ามั๊ยลูกว่าจะไปเที่ยวไหนกันดีมั๊ยจ๊ะ?" แม่หันไปสนใจซึงรีซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กแทน


แล้วทั้งสามพ่อแม่ลูกก็พากันไปดูหนังสือท่องเที่ยว เด็กหนุ่มมองภาพนั้นน้ำตาร่วงเผาะๆนี่เค้าเป็นส่วนเกินของบ้านหรือเปล่า? ดอง
วุคเดินออกไปทางด้านหลังบ้านเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครใส่ใจว่าเค้าจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ร่างบางนั่งลงที่โต๊ะที่ สนามหลังบ้านคนเดียว ท่ามกลางแสงจันทร์

"กำลังคุยกับพระจันทร์อยู่หรือไง?" มีเสียงดังมาจากบ้านข้างๆ ชายหนุ่มยิ้มหน้าทะเล้นอยู่ที่กำแพงบ้าน ดองวุคจึงหันไปยิ้มให้

"วันนี้กลับมาบ้านช้าจังนะครับพี่แทบิน" ร่างบางหันไปคุยกับแทบิน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเค้าเอง แทบินเป็นทั้ง เพื่อนบ้านและเพื่อนสนิทของร่างบาง ชายหนุ่มจะคอยอยู่ข้างดองวุคเสมอในยามที่ดองวุคมีเรื่องทุกข์ใจ

"ขอไปคุยด้วยนะ" ว่าแล้วร่างสูงก็กระโดดข้ามรั้วมายังบ้านของอีกฝ่าย เค้านั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆร่างบาง

"เป็นอะไรน่ะ ทำไมทำหน้าไม่สบายใจอย่างนั้นล่ะ?" ชายหนุ่มจ้องมาที่หน้าของคนตัวเล็กกว่า

"เปล่าหรอกครับ ก็แค่คิดอะไรเรื่อยๆ" ดองวุครีบปฏิเสธ

"เอาอีกแล้วชอบคิดมากอยู่เรื่อยเลยนะนายเนี่ย พี่บอกแล้วอย่าคิดมาก" แทบินตำหนิเหมือนดองวุคเป็นเด็กๆ

"ผม.....ผม......" น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ตอนนี้มันกลั้นไว้ไม่ไหวเสียแล้ว

"อยากร้องก็ร้องออกมาเลย ร้องออกมาให้หมด พี่จะอยู่ข้างๆนายเองนะ" แทบินกุมมือของดองวุคเอาไว้เป็นการปลอบใจ สักพักเด็กหนุ่มก็หยุดร้องไห้

"ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่มีพี่แทบิน ผมก็คงไม่รู้จะไปร้องไห้กับใคร?" อีกฝ่ายเริ่มยิ้มออก

"พี่แทบินครับ" เสียงซึงรีดังมาจากทางด้านหลังของทั้งสอง แทบินและดองวุคจึงหันไปทางต้นเสียงนั้น

"ซึงรีมีอะไรเหรอ?"

"ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ครับ แล้วพ่อก็กำลังจะพาพวกเราไปเที่ยวฉลองที่ผมสอบเข้าได้" ซึงรียิ้มแย้มพูดคุยกับแทบินโดยที่ไม่หันมามองหรือสนใจเลยสักนิดว่าพี่ชายของตัวเองก็อยู่ที่นั่นด้วย

"อย่างนั้นดองวุคก็ไปกับเค้าด้วยสิ" ร่างสูงหันมามองหน้าดองวุค อีกฝ่ายอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร พวกเรา ที่ซึงรีหมายถึงนั้นคงหมายถึงแค่พ่อ แม่และตัวซึงรีมากกว่า

"เอ่อ..พี่แทบินครับผมขอตัวก่อนนะจะขึ้นนอนแล้วล่ะ ฝันดีนะครับ" เด็กหนุ่มลุกขึ้นร่ำลาเพื่อนข้างบ้านแล้วก็เดินเข้าบ้านไป ส่วนซึงรีอยู่คุยต่ออีกสักพัก แทบินก็ขอตัวเข้าบ้านดองวุคกลับมานั่งอ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ต่อ


เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เด็กหนุ่มดีใจรีบไปเปิดประตู ‘พ่อคงมาหาเราแน่ๆเลย’ ดองวุคเปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้มแต่ทันใดนั้นรอยยิ้มนั้นก็จางไป เมื่อคนที่เคาะประตูนั้นไม่ใช่พ่อ แต่เป็นซึงรีนั่นเอง

"ขอผมเข้าไปในห้องหน่อย ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่" ซึงรีพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

"เข้ามาก่อนสิ!" คนเป็นน้องเดินเข้ามาทำท่าทางสำรวจห้องแล้วก็นั่งลงกับเตียงอย่างถือวิสาสะ

"ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่" ดองวุคปิดประตูแล้วหันมามองหน้าน้องว่ากำลังจะบอกอะไรกับเค้า

"พี่แทบินน่ะ!เค้าไม่เหมาะสมกับพี่หรอกนะ เค้าทั้งหล่อ เรียนเก่งแล้วก็รวย แล้วดูตัวพี่สิมีอะไร? เทียบเค้าได้บ้างทางที่ดีพี่อย่าไปยุ่งกับพี่แทบินเลยดีกว่า พี่ก็น่าจะรู้ตัวเองดีนะ ฉันพูดแค่นี้หวังว่าพี่ คงจะเข้าใจ ถ้าไม่โง่จนเกินไป" ว่าแล้วอีกฝ่ายก็เปิดประตูห้องแล้วก็เดินกลับที่ไปที่ห้องของตัวเองทิ้งให้ร่างบางงุนงงกับคำพูดทั้งหลายของน้องชาย


หลังจากวันนั้น ดองวุคก็พยายามหลบหน้าแทบินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามคิดจะทำอะไรกันแน่

"ดองวุค!" แทบินเรียกเอาไว้ในขณะที่ร่างบางกำลังเดินจะเข้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเรียกดองวุคก็รีบจ้ำอ้าวเพื่อหนีเข้าบ้าน แต่ไม่ทันเพราะร่างสูงเดินมาดักหน้าเอาไว้

"นี่นายกำลังหลบหน้าพี่อยู่ใช่มั๊ย?" แทบินจ้องหน้าดองวุคพยายามจะขอคำตอบ

"ม...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ" ดองวุคปฏิเสธ

"ดองวุค...นายเป็นอะไรไป บอกพี่สิเกิดอะไรขึ้น?" ชายหนุ่มเริ่มเสียงดังขึ้น เค้าเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วในตอนนี้

"ผม...เปล่า" ร่างเล็กไม่รู้จะพูดอย่างไรได้แต่ปฏิเสธลูกเดียว จนทั้งสองคนเริ่มที่จะทะเลาะกันเสียงดังมากขึ้น

"พี่รักนายนะดองวุค ได้ยินมั๊ย? พี่รักนาย!!!" แทบินพูดเสียงดังและก็ดังมากพอที่จะทำให้ซึงรีที่ยืนอยู่ในบ้านได้ยินด้วย

ดองวุคดีใจเหลือเกินที่ตนเองได้ยินคำนั้นจากปากแทบิน แต่เค้าไม่อยู่ในฐานะที่จะรับความรู้สึกนั้นได้ ร่างบางไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ร้องไห้และรู้สึกสับสนไปหมด อ้อมแขนที่ แข็งแรงของชายหนุ่มทำให้ดองวุครู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกนี้ที่เด็กหนุ่มไม่เคยได้จากผู้เป็นแม่เลยสักครั้งเดียว ดองวุครู้สึกอบอุ่นและมั่นคงแต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เด็กหนุ่มแก้ปัญหาทุกๆอย่างได้

"พี่ดองวุค!!! พี่แทบิน!!!" ซึงรีตะโกนด้วยเสียงเกรี้ยวกราด ทำให้ทั้งสองผละจากกัน ดองวุครีบปาดน้ำตาบนแก้มทิ้งให้หมด

"พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน? ไหนพี่ว่ายกพี่แทบินให้ผมแล้ว แต่วันนี้กลับจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไงกัน?" ซึงรีต่อว่า

"นี่มันอะไรกัน? ดองวุค พี่ไม่เข้าใจ" แทบินหันมามองหน้าอีกฝ่ายแววตาของชายหนุ่มสับสนกับเรื่องที่ได้ยินมาก

"พี่ไม่เคยพูดอย่างนั้นนะซึงรี" ดองวุคส่ายหน้าปฏิเสธ

"พูดสิ!!!พี่พูดจำไม่ได้หรือไง?" คนเป็นน้องขี้ตู่เอาอย่างนั้น ซึงรีจ้องหน้าพี่ชายดวงตานั้นแสดงแววเกลียดชัง

"ดองวุค..พี่เข้าใจแล้ว แต่ขอบอกไว้อย่างนะพี่ก็มีหัวใจ และไม่ใช่สิ่งของที่นายจะยกให้ใครก็ได้ นายใจร้ายมากที่ทำกับพี่อย่างนี้ ในเมื่อนายไม่ต้องการความรักจากพี่ก็น่าจะบอกกันดีๆไม่น่าทำกันอย่างนี้เลย พี่เสียใจจริงๆ" แทบินมองร่างบางด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วคำว่า "รัก" ล่ะหาย ไปไหนกัน? ร่างบางไม่อาจจะทนอยู่ตรงนั้นได้ เมื่อแทบินเดินจากไปไม่ฟังแม้เสียงเรียกของเค้า ดองวุคจึงวิ่งเข้าบ้านไป แต่ซึงรียังคงตามเข้ามาในห้องรับแขกอีก

"นายทำอย่างนี้ทำไมกันซึงรี?" ดองวุคถามทั้งๆที่กำลังร้องไห้ อยากจะรู้นักว่าน้องชายของตัวเองทำไมถึงได้ใจร้ายอย่างนี้

"ผมอยากจะให้พี่เจียมตัวเอาไว้ว่าพี่น่ะมันเป็นใครกัน? พี่ไม่เหมาะกับเค้า ผมเคยเตือนพี่แล้ว พี่เองก็น่าจะรู้ตัววันนั้นผมคงพูดไม่ชัดเจน แต่วันนี้ผมจะขอประกาศว่า ผมรักพี่แทบินและจะทำทุกวิถีทางไม่ว่าจะทางใดก็ตามให้พี่แทบินรักผม"

"นายมันปีศาจชัดๆ" มือเรียวฟาดลงไปบนใบหน้าของน้องชายเสียงดังเพี๊ยะจนอีกฝ่ายหน้าหัน

"เกินไปแล้วนะดองวุค!!! แกกล้าตบลูกชั้นเหรอ?" เสียงแม่ตวาด

"พี่ดองวุคทำร้ายทำร้ายผมครับแม่ แม่ต้องช่วยผมนะครับ" ซึงรีรีบวิ่งไปหลบหลังแม่และฟ้องแม่ทันที

"แกกล้าดียังไงมาทำอย่างนี้กับลูกชั้น? สู้น้องไม่ได้ อิจฉาน้องแล้วทำร้ายร่างกายน้องหรือไง? มากไปแล้วนะ!!!" แม่ฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าสีขาวซีดของดองวุค เป็นการเอาคืนที่เค้าตบหน้าน้องชาย ร่างบางกุมใบหน้าของตัวเองไว้ น้ำตาไหลพรากอย่างกั้นไม่อยู่

"คำก็ลูกชั้น สองคำก็ลูกชั้น ผมถามจริงๆเถอะ แม่เก็บผมมาเลี้ยงหรือเปล่า? ทำไมแม่ไม่เคยรักผมเลย แม่ไม่เคยเห็นผมเป็นลูกเลยใช่มั๊ย? ผมสู้น้องไม่ได้ ผมไม่เคยทำ ให้แม่ภูมิใจ ไม่เคยทำให้แม่ดีใจเลยสักครั้งใช่มั๊ย? แม่ถึงไม่รักผมเลย!!!" ดองวุคมองหน้าแม่ จ้องมองหมายจะหาคำตอบ ผู้เป็นแม่อึ้งไปเมื่อเห็นภาพนั้น แต่แล้วก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

"แกอย่ามานอกเรื่องนะ" แม่ตวาด เด็กหนุ่มรู้สึกเสียใจมากที่แม่ไม่เคยเห็นความรู้สึกของเค้า เลยจึงเดินออกจากบ้านไป แต่ยังคงได้ยินเสียงแม่ที่ตะโกนด่าไล่หลังมาไม่หยุด ดองวุคเดินมากดออดบ้านของแทบิน

จินฮวานพี่ชายของแทบินเดินออกมาเปิดประตูและให้เด็กหนุ่มรออยู่สนามหน้าบ้าน ไม่นานแทบินจึงเดินมาหาดองวุคที่รออยู่ แววตาของชายหนุ่มมองดองวุคด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน

"พี่แทบิน...ผมขอโทษ...แต่ผมยืนยันว่านะว่าไม่เคยยกพี่ให้ใคร ผมรักพี่แทบิน รักเสมอและจะรักตลอดไป" ร่างบางพูดกับหลังของอีกฝ่าย เพราะร่างสูงไม่แม้แต่จะหันหน้ามามอง

"เก็บคำว่ารักของนายไว้เถอะ ชั้นซึ้งใจกับมันมาก กลับไปได้แล้ว ชั้นมีงานต้องทำ" ร่างสูงพูดตัดเยี่อใยอย่างไม่ใยดี

ดองวุครู้สึกเสียใจที่แม้แต่คนที่เคยบอกจะอยู่ข้างกันตลอดไปก็ยังเย็นชากับเค้า วันนี้ร่างบางไม่เหลือใครอีกแล้ว ดองวุคมองภาพร่างสูงที่ตัวเองรักมากที่สุด ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมน้ำตา เงียบๆ แทบินเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย โดยไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เค้าจะได้มี โอกาสมองเห็นร่างบางในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่

คืนนั้นดองวุคเขียนจดหมายสองฉบับวางไว้บนโต๊ะ แล้วจึงเดินลงไปข้างล่างพบแม่ กำลังนั่งดูทีวีอยู่อย่างมีความสุขกับน้องชาย เด็กหนุ่มจึงค้อมกายลงกอดแม่จากทางด้านหลัง แม่ไม่เข้าใจกับการกระทำของเธอจึงสะบัดตัวหนี ดองวุคเงยหน้าขึ้นมองแม่

"ขอให้ผมได้มีโอกาสกอดแม่เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ" ร่างบางพูดทั้งน้ำตา แล้วก็เดินจากไปขึ้นห้องนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อกลับมาบ้านพร้อมกับตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่น4ใบ ผู้เป็นพ่อรีบเปิดประตูห้องนอนของดองวุคเพื่อจะพาลูกชายคนโตไปเที่ยวด้วย แต่สิ่งที่เห็นคือ ดองวุคยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเช่นเดิม

"ดองวุคไปเที่ยวกันเถอะลูก เอาแต่นอนอยู่เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก ปรกติเราไม่นอนขี้เซาอย่างนี้ นี่?" พ่อเดินยิ้มมานั่งลงที่ข้างเตียง แต่เด็กหนุ่มยังคงนอนไม่ลุกขึ้นมาคุยหรือายิ้มกับพ่อเหมือนเดิม

"ดองวุค!ดองวุค!!!" พ่อเรียกย้ำอีกพลางเขย่าตัวลูกชายไปด้วยเลยทำให้มือของดองวุคที่กำอยู่แบออก ยานอนหลับจำนวนมากที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มจึงร่วงออกมา พ่อมองแล้วหน้าซีดเจ็บปวดที่หัวใจราวกับถูกบีบรัดอย่างแรง

"ดองวุค!!!!ไม่นะ!!ดองวุคลูกทำไมทำอะไรโง่ๆอย่างนี้ ดองวุค!!!!" พ่อตะโกนร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ แล้วกอดร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชายเอาไว้แน่น บัดนี้ร่างบางไม่ต้องแบกความทุกข์ไว้อีกแล้ว ไม่ต้องเสียใจและไม่ต้องมีน้ำตาอีก มีเพียงซองจดหมายสองซองที่พอจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่ เกิดขึ้นได้ทั้งหมด

ถึงคุณพ่อคุณแม่ที่รักยิ่ง ขณะที่กำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ผมคงไม่อยู่ที่นี่แล้ว
ผมอยากจะขอโทษในทุกๆอย่าง แม้ผมจะไม่ใช่ลูกที่ดี ไม่เคยทำให้พ่อและแม่ภูมิใจ
แต่ผมก็อยากเห็นรอยยิ้มของแม่สักครั้งที่ ยิ้มให้ผม แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
แม้แม่จะไม่เคยรักผม แม้แม่จะว่าผม แต่ผมก็ไม่เคยโกรธแม่เลยสักครั้ง ผมรู้ตัวดีว่า
ไม่เคยทำให้แม่ชื่นใจ จะแปลกอะไร ถ้าแม่จะไม่รัก ผมรู้ฐานะของตัวเองดี
วันนี้ไม่มีผมแล้ว แม่คงสบายใจ หวังว่า การตัดสินใจของผมครั้งนี้คงจะถูกใจแม่
อย่างน้อยก็มีสักครั้งที่ผมได้มีโอกาสทำเพื่อแม่ ผมอยากบอกพ่อกับแม่ว่า
"ลูกคนนี้ภูมิใจมากครับที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรืออะไร
จะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน แต่มีสิ่งนึงที่ยังเหลืออยู่ และจะเป็นอย่างนี้
ตลอดไปคือ ผมรักพ่อกับแม่ครับ"
รักเสมอจาก ดองวุค

"ดองวุค!!! ไม่นะลูกไม่!!!!" พ่อยังคงร้องไห้เสียใจกับการจากไปกับลูกชายคนโต

เสียงตะโกนของพ่อดังมากจนทำให้ผู้เป็นภรรยาต้องเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเมื่อเธอเข้ามาภายในห้องของลูกชายคนโตภาพที่เห็นทำให้เธอกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง

"ไม่!!!!ดองวุค!!!!!!!" ผู้เป็นแม่รีบโผเข้ากอดร่างของลูกชายในทันที เธอไม่น่าเลย ต้นเหตุที่ ทำให้ลูกชายคนโตตัดสินใจอย่างนี้ก็คือเธอ เธอคนเดียว แม่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำของตัวเอง

"ดองวุคลูกรัก แม่ขอโทษที่ไม่เคยใส่ใจลูก ไม่เคยจะสนใจความรู้สึกของลูก แม้ลูกจะไม่เคยทำ อะไรให้แม่ภูมิใจ แต่แม่ก็รักลูก แม่ขอโทษลูก ดองวุคอยากเห็นแม่ยิ้มให้ลูกใช่มั๊ยจ๊ะ? แม่จะยิ้มให้ลูกเห็นนะลูก แม่จะเอาใจลูกให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการเลย ขออย่างเดียวอย่างทิ้งแม่ไปนะลูก กลับมาหาแม่สิลูก ดองวุค!!!" ผู้เป็นแม่ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจต่อร่างที่ไม่ไหวติงของลูกชาย ในคืนนั้นดอง
วุคกอดแม่เอาไว้แน่นนี่แหละที่ เค้าอยากทำมานาน

แทบินตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพื่อจะไปเรียน ขณะกำลังจะออกไปมหา’ลัย จินฮวานพี่ชายของเค้าก็ยื่นซองจดหมายให้เค้า ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจมากว่านั่นคืออะไร

"จดหมายจากดองวุคน่ะ" จินฮวานบอกแค่นั้นแล้วเดินไป ร่างสูงรับมาอย่างงุนงง เค้าค่อยๆแกะจดหมายออกอ่าน


ถึง พี่แทบินคนที่ผมรักมากที่สุด แม้พี่จะไม่ยอมรับคำว่ารักจากผม แต่ผมก็ยังจะ
ยืนยันว่าผมรู้สึกเช่นนั้น ผมรักพี่แทบินและรักมานานแล้ว พี่เป็นคนแรกและคน
เดียวที่อยู่ข้างๆในยามที่ผมท้อแท้ และหมดกำลังใจ และจะเป็นคนเดียวที่ผมรัก
ผมดีใจมากที่ได้ ยินว่าพี่แทบินเองก็รักผมเช่นกัน แต่ต่อไปนี้จะไม่มีดองวุคที่อ่อนแอ
ได้แต่ร้องไห้ให้พี่แทบินคอยปลอบอีกแล้ว ผมรักพี่เสมอนะและจะรักตลอดไปไม่ว่าผม
จะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม
รักตลอดไป ดองวุค


"ดองวุค เอามาให้หรือครับพี่จินฮวาน?" แทบินหันมาถาม

"เปล่าหรอก คุณพ่อของดองวุคเอามาให้น่ะ ดองวุคน่ะตายแล้วเมื่อคืนนี้" จินฮวานตอบ

"ด...ดองวุคตายแล้ว?" คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเค้า

“อืมใช่!เห็นว่ากินยานอนหลับเกินขนาดน่ะ” จินฮวานเอ่ย

"ไม่จริง!!!!ดองวุคยังไม่ตาย!!! ไม่!!!!!!" แทบินร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง หลังจากได้รู้จากจินฮวานว่าดองวุคกินยานอนหลับเกินขนาดจนเสียชีวิตเมื่อคืน ซึ่งเค้าเองก็มี ส่วนผลักดันให้ร่างบางทำเช่นนั้น

ชายหนุ่มยืนค้างไร้ความรู้สึกใดๆ แต่แล้วก็มีลมพัดมาเย็นๆวูบหนึ่งแล้วกลายเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น ‘ ผมรักพี่แทบินที่สุด ผมอยากอยู่กับพี่ อยากให้พี่อยู่ข้างๆผม แต่คงทำไม่ได้ แล้ว ผมต้องไปแล้ว ถึงเวลาของผมแล้ว’ ดองวุคกอดเค้าเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจากไป แทบินรู้สึก รู้สึกได้ว่านั่นคือดองวุค แต่เค้าคงไม่มีทางรั้งอีกฝ่ายไว้ได้อีกแล้ว

เค้าเป็นคนที่อยู่ข้างๆดองวุคคอยดูแล ให้ความรักกับร่างบาง และดองวุคเองก็รักเค้า แต่วันนั้นเค้ากลับปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่าย ทำลายความรู้สึกของดองวุคอย่างไม่ไยดี วันนี้สวรรค์คงลงโทษเค้าแล้ว ดองวุคจากไปแล้ว ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้ดูแลดองวุคที่เขารักมากที่สุดอีกแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ ตอนนี้ก็คือคำว่ารักกับเวลาที่สายไป นั่นคือบทลงโทษที่สวรรค์มอบให้


THE END

 

PS.อัพกันบล็อกเน่าอีกเช่นเคยจ้า


Comment

Comment:

Tweet

ไรท์ทำเค้าร้องไห้อ่ะ T^T #นั่งอ่านไปร้องไห้ไป

#12 By 0711 (182.93.201.145|182.93.201.145) on 2014-03-10 21:06

...กว่าจะรู้ตัวก้สายไป...
ฮือๆๆๆ โฮกกกกกฮากกกกกก TOT
ม่ายนะเฮียเว่นของช้านนน

#11 By MCrepublic. on 2012-06-04 21:58

เอิ่ม ..... ไรเตอร์ ..... เศร้าอ่ะ

คือแบบน้ำตาไหลอ่ะ T_____T

เศร้ามากอ่ะ สงสาร ชเวดองอุค

ซึงริก็นะ โหดร้ายมากอ่ะ TT

แม่ของเว่นก็รักน้องมากไปป่าวอ่ะ

ในเรื่องเรารักพ่อของเว่นมากอ่ะ

ส่วนอีกคนที่ขาดไม่ได้เลย.....

อิม เเทบิน แง๊ ๆ ๆ ๆ นายทำแบบนี้ได้ไงอ่ะ

ไม่เชื่อเว่นเลยอ่ะ โหดร้าย T_____T

ฟิคมันเศร้ามากอ่ะ เศร้า ๆ ๆ เกิ๊นเลยอ่ะ

รัก แทเว่น นะฮือออออออ ฟิคเศร้าอ่ะ

เราก็อินจัดอ่ะ เง๊ ๆ ๆ ๆ แง๊ ๆ ๆ

ซึ้งจริงไรจริงอ่ะ

#10 By T.Be PiKaJuN on 2012-04-04 22:11

ไรเตอร์แต่งเก่งมากเลยค่ะ
อ่านทีร้องไห้เลย
ชีวิตกำลังเข้ากะเรื่องพอดีเลย
อ่านกี่ทีก็น้ำตาร่วงค่ะ

ก็ไม่รู้จะชมว่ายังไงดีเลย แต่ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆค่ะ อ่านแล้ว เข้าใจความรุสึกดองวุคเลย

#9 By dafezero on 2010-10-31 19:50

โฮกกกกกกกกกกกกกก



เศร้ามากกกกกกกกกก


เจ็บตับไตไส้พุง


น้ำตาคลอเบ้าเลยจริงๆนะเนี่ย (TT^TT)

#8 By youngidolofmc on 2010-03-27 20:48

เศร้าอ่ะ

มีฟิกคู่นี้อีกปะอยากอ่าน

#7 By yah (58.9.202.213) on 2009-12-16 20:06

น่าสงสาร

เจ็บกันหมดทุกคนอ่ะ

ซึงรีก็นะ เป็นน้องที่...

อ๊ากกกกกกกก



ปล.อยากมีเพื่อนบ้านอย่างงี้มั่ง เหอะๆ

ขอบคุณมาก

#6 By gzvivi on 2009-04-07 20:48

โห ซ้อเจ็ดไม่น่าเลย เฮียแทบินก้อไม่น่าเลยเนอะ ไม่น่าเค้าใจผิดกันเลยอะ

#5 By GD HoLiC on 2009-03-06 00:04

เศร้ามากมาย...ฮึก
น้ำตาร่วงเรยอ่า...T^T

#4 By Wen (203.146.116.101) on 2009-02-26 11:27

เกือบไปแล้ววว เกือบจะร้องไปแล้ววววว

อีพี่แทททท พี่ไม่ผิดเข้าใจๆแต่ ~~~~ โกรธธ

สงสารเฮียยยยใครว่าไม่มีใครรักเฮียยย

อ๊อบนี้อ๊อบบบบบ โธ่ๆ!!! เรื่องยานอนหลับ

อ่านแล้วมันแทงจึกกเหมือนเหตุการณ์เร็วๆนี้

แต่ดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรไป T______T

#3 By AOPHAK™ on 2008-10-06 18:42


งานพรุ่งนี้ งานไรหรอป้า..
แต่คงไม่ได้ไปอ่ะ อยู่บ้าน..เคลียร์ขีวิต
วันนี้ไปเจอเพื่อน ๆ ที่เจเทรน
แร้วไปแถวราม 1 เดินเมื่อเรย..จนด้วย..

#2 By ..KrU คือ KAI.. on 2008-10-04 23:57

เพราะกว่าจะรู้ก็สายเกินแก้

ทุกคนถึงเจ็บ...กันหมด

สะเทือนใจมากถึงมากที่สุดค่ะ T T

สงสารเฮียเว่น....


.
.
.
ไม่รู้จะพูดอะไรดีแต่เรื่องนี้อ่านแล้วน้ำตามันไปลออกมาเอง

มันสะเทือนใจมาก ......


สนุกมากๆค่ะ

#1 By K Y A N ! on 2008-10-04 23:32